หน้าแรก / เคล็ดลับสุขภาพ
เรื่องที่ลูกค้าถามบ่อย ตอบไว้ให้อ่านก่อน
ไม่ต้องทักมาถามก็อ่านได้ กดหัวข้อที่สนใจเพื่อดูคำตอบเต็ม
คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่ได้โปรตีนกระจุกอยู่ที่มื้อเย็นมื้อเดียวค่ะ เพราะมื้อเช้ารีบจนข้าม มื้อกลางวันเป็นข้าวราดแกงที่เนื้อสัตว์มาน้อย พอถึงมื้อเย็นเลยกินชดเชยทีเดียว
ควรได้เท่าไร ค่าอ้างอิงกว้างๆ ของคนทั่วไปคือราว 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน คนหนัก 60 กิโลก็ประมาณ 60 กรัม ส่วนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือกำลังสร้างกล้ามเนื้อจะต้องการมากกว่านั้น ตัวเลขนี้เป็นแค่จุดตั้งต้น ไม่ใช่กฎตายตัวนะคะ
เทียบให้เห็นภาพ ไข่ 1 ฟองให้โปรตีนราว 6 กรัม อกไก่ฝ่ามือหนึ่งราว 25 กรัม เต้าหู้ขาวหนึ่งหลอดราว 10 กรัม นมจืด 1 กล่องราว 8 กรัม
สิ่งที่แนะนำให้ลองก่อน คือกระจายโปรตีนให้มีทุกมื้อ ไม่ต้องเพิ่มปริมาณรวมก็ได้ แค่ย้ายบางส่วนมาไว้มื้อเช้า หลายคนบอกว่าหิวจุกจิกตอนบ่ายน้อยลง และมื้อเย็นก็กินน้อยลงเองโดยไม่ต้องฝืน
ถ้าไม่แน่ใจว่าของตัวเองควรเท่าไร ทักมาเล่าให้ฟังได้ค่ะ จะช่วยดูจากน้ำหนักและกิจวัตรจริงของคุณ
เรื่องนี้ทำให้คนถอดใจกลางทางมากที่สุดค่ะ ตั้งใจมาทั้งสัปดาห์ พอขึ้นตาชั่งแล้วตัวเลขเพิ่มขึ้นมาหนึ่งกิโล เลยคิดว่าที่ทำมาไม่ได้ผล
ความจริงคือน้ำหนักที่แกว่งภายในวันเดียวเกือบทั้งหมดคือน้ำ ไม่ใช่ไขมัน ไขมันหนึ่งกิโลกรัมใช้พลังงานส่วนเกินสะสมหลายพันกิโลแคลอรี ไม่มีทางเกิดขึ้นข้ามคืนจากอาหารมื้อเดียว
สิ่งที่ทำให้ร่างกายอุ้มน้ำไว้มากขึ้น
- อาหารเค็มจัดเมื่อวาน เช่น หมูกระทะ ปิ้งย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- ช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน
- ออกกำลังกายหนักกว่าปกติ กล้ามเนื้อจะกักน้ำไว้ซ่อมแซมตัวเอง
- กินคาร์บมากกว่าปกติ เพราะร่างกายเก็บคาร์บพร้อมน้ำเสมอ
- ท้องผูก หรือยังไม่ได้เข้าห้องน้ำ
วิธีชั่งที่ใช้กับลูกค้า ชั่งตอนเช้าหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินอะไร ใส่เสื้อผ้าแบบเดิม สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งพอ แล้วดูเป็นเส้นแนวโน้ม ไม่ตัดสินจากตัวเลขของวันเดียว
ถ้าเส้นแนวโน้มค่อยๆ ลงในหนึ่งเดือน แปลว่ามาถูกทางแล้วค่ะ แม้บางวันตัวเลขจะเด้งขึ้นก็ตาม
จริงค่ะ และเป็นเรื่องที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะมัวแต่โฟกัสที่อาหารกับการออกกำลังกาย
การนอนไม่พอมีผลกับความอยากอาหารในวันรุ่งขึ้น หลายคนสังเกตเองได้ว่าวันที่นอนน้อยจะอยากของหวานและของทอดมากกว่าปกติ และรู้สึกอิ่มช้ากว่าเดิม พอง่วงระหว่างวันก็หาของกินแก้ง่วงอีก
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ผู้ใหญ่นอน 7–9 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งฟังดูง่ายแต่ทำยากสำหรับคนทำงาน
เริ่มจากข้อที่ทำได้ก่อน ไม่ต้องทำครบทุกข้อ
- เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน รวมทั้งวันหยุด
- วางมือถือก่อนนอนสักครึ่งชั่วโมง
- งดคาเฟอีนหลังบ่ายสาม รวมทั้งชาและน้ำอัดลม
- ไม่กินมื้อหนักก่อนนอน 2–3 ชั่วโมง
- ทำห้องให้มืดและเย็นพอ
ถ้าเลือกทำได้ข้อเดียว เลือกข้อแรกค่ะ เวลาเข้านอนที่คงที่ให้ผลมากกว่าจำนวนชั่วโมงในบางคืน
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนค่ะ เพราะขึ้นกับน้ำหนักตัว อากาศ และการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน คนทำงานในห้องแอร์กับคนที่ต้องเดินทั้งวันต้องการไม่เท่ากันอยู่แล้ว
ตัวบอกที่ใช้ง่ายที่สุดคือสีปัสสาวะ ถ้าสีอ่อนใสแปลว่าพอ ถ้าสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ แปลว่าควรดื่มเพิ่ม ใช้ได้จริงกว่าการนับแก้ว
อาหารที่ทำให้ร่างกายเสียน้ำมากกว่าปกติ
- อาหารเค็มจัด ร่างกายต้องใช้น้ำมากขึ้นเพื่อจัดการโซเดียมส่วนเกิน
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนปริมาณมาก กาแฟ ชาเข้ม น้ำอัดลม
- แอลกอฮอล์ ทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- อาหารโปรตีนสูงมากๆ โดยที่ดื่มน้ำเท่าเดิม
เคล็ดลับที่ลูกค้าบอกว่าใช้ได้ผล วางขวดน้ำไว้บนโต๊ะทำงานให้เห็น และดื่มหนึ่งแก้วก่อนอาหารทุกมื้อ แค่นี้ก็เพิ่มได้วันละหลายแก้วโดยไม่ต้องพยายาม
อีกเรื่องที่เจอบ่อยคือคนแยกไม่ออกระหว่างหิวน้ำกับหิวข้าว ลองดื่มน้ำก่อนสัก 10 นาทีแล้วค่อยประเมินใหม่ดูค่ะ
คำถามนี้เจอบ่อยที่สุดจากคนทำงานประจำค่ะ คำตอบตรงๆ คือ ถ้าเป้าหมายคือลดน้ำหนัก ให้เริ่มที่การปรับอาหารก่อน เพราะเห็นผลเร็วกว่าและไม่กระทบตารางงาน แล้วค่อยเพิ่มการเคลื่อนไหวทีหลัง
แต่การเคลื่อนไหวก็ยังจำเป็น เพราะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง อารมณ์ และคุณภาพการนอน ซึ่งอาหารอย่างเดียวให้ไม่ได้
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่เคลื่อนไหวระดับปานกลางรวม 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ ข้อสำคัญคือซอยย่อยได้ ไม่ต้องทำรวดเดียว ครั้งละ 10–15 นาทีก็นับรวมได้
สิ่งที่นับเป็นการเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องไปฟิตเนส
- เดินเร็วจนหายใจแรงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังพูดได้
- ขึ้นบันไดแทนลิฟต์
- ลงรถก่อนถึงป้ายหนึ่งป้าย
- ถูบ้าน ซักผ้า ทำสวน
- ยืดเหยียดหรือเดินสั้นๆ ทุกชั่วโมงที่นั่งทำงาน
เริ่มจากสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 15 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ สิ่งที่ทำให้สำเร็จคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความหนัก
สีของผักและผลไม้บอกกลุ่มสารอาหารที่ต่างกันค่ะ การกินให้หลากสีจึงได้สารอาหารครบกว่ากินสีเดียวซ้ำๆ ทุกวัน
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินผักและผลไม้รวมอย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน ฟังดูเยอะ แต่เท่ากับผักสุกประมาณ 4 ทัพพีบวกผลไม้ 3 ส่วนต่อวันเท่านั้น
5 สี กับตัวอย่างที่หาได้ทั่วไป
- แดง — มะเขือเทศ แตงโม สตรอว์เบอร์รี พริกหวานแดง
- เหลือง-ส้ม — ฟักทอง แครอท มะละกอ ส้ม มะม่วงสุก
- เขียว — คะน้า บรอกโคลี ตำลึง ผักบุ้ง ฝรั่ง
- ม่วง-น้ำเงิน — กะหล่ำปลีม่วง มะเขือม่วง องุ่นแดง ลูกหม่อน
- ขาว-น้ำตาล — กระเทียม หัวหอม เห็ด กะหล่ำปลี ขิง
วิธีที่ทำได้จริงสำหรับคนกินข้าวนอกบ้าน ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งวันพร้อมกัน เลือกเพิ่มทีละมื้อ เช่น สั่งข้าวราดแกงให้มีเมนูผักหนึ่งอย่างเสมอ หรือเปลี่ยนของว่างบ่ายเป็นผลไม้แทนขนม
ตั้งเป้าง่ายๆ ว่า วันนี้กินให้ได้ 3 สี แล้วค่อยขยับเป็น 5 สีในสัปดาห์ถัดไปค่ะ
อยากดูว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวใช้ตอนไหน อ่านต่อได้ที่หน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือดูว่าการดูแลแต่ละแบบต่างกันอย่างไรที่หน้าโปรแกรม
ข้อมูลในหน้านี้เป็นคำแนะนำทั่วไปด้านการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
อ่านแล้วไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มตรงไหน
เล่าให้ฟังก่อนได้ค่ะ ว่าตอนนี้กินยังไง นอนกี่ชั่วโมง แล้วค่อยดูกันว่าควรปรับอะไรก่อน
